<
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เปรียญ 4 ประโยค1 วัดระฆังโฆสิตาราม ดำรงค์ตำแหน่งสมเด็จพระพุฒาจารย์องค์ที่ 5 ในสมัยรัตนโกสินทร์ เดิมชื่อ "โต" บุตรนางงุด (เกตุ)2 โยมพ่อไม่เป็นที่ปรากฏนาม3 เป็นชาวเมืองอื่น ตาชื่อนายผล (นายไชย) ยายชื่อนางลา เกิดในสมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำปีวอก สัมฤทธิศก จ.ศ. 1150 ตรงกับวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331 เวลาพระบิณฑบาท เดิมเป็นชาวบ้านตำบลท่าอิฐ อำเภอบ้านโพ (อำเภอเมือง – ปัจจุบัน) จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมาเกิดฝนแล้งติดต่อกันหลายปี ทำนาไม่ได้ผล จึงย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ ณ บ้านตำบไก่จ้น (ท่าหลวง) อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เมื่อท่านเกิดแล้วยังเป็นทารก โยมแม่ได้พาท่านไปพักอยู่ที่บ้าน ต.ไชโย อ. ไชโย จังหวัดอ่างทอง พอท่านสอนนั่งได้ที่นั่นโยมแม่ก็พาท่านมาอยู่ ณ บ้านตำบลบางขุนพรหม จังหวัดพระนคร ซึ่งต่อมาภายหลังท่านได้สร้างพระพุทธรูปองค์โต ขนาดใหญ่มากตามชื่อของท่าน เพื่อเป็นอุทเทสิกเจดีย์ และอนุสรณ์เนื่องในตัวท่าน ณ ตำบลทั้งสาม

เมื่อโยมแม่ได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ตำบลบางขุนพรหมแล้ว ได้มอบท่านให้เป็นศิษย์ของท่านเจ้าคุณอรัญญิก เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหารขณะนั้น เพื่อศึกษาอักรวิธี4 (ศึกษาการเล่าเรียนเขียนอ่าน) พอถึงปีวอก พ.ศ. 2342 อายุ 12 ปี ก็ได้บรรพชาเป็นสามเณร โดยมีพระบวรวิริยเถร (อยู่) วัดบางลำภูบน (วัดสังเวชวิศยาราม – ปัจจุบัน) เป็นพระอุปัชฌาย์ บวชแล้วได้ไปอยู่วัดระฆังโฆสิตาราม เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมกับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (นาค เปรียญเอก) และถึงแม้เรียนรู้พระปริยัติธรรมแล้ว ก็ไม่ได้แปลหนังสือเป็นเปรียญ เพราะท่านไม่ปรารถนายศศักดิ์

พออายุครบอุปสมบทในปีเถาะ พ.ศ. 2350 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ก็ทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้บวชเป็นนาคหลวง ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) สมเด็จพระสังฆราช (สุก) วัดมหาธาตุ เป็นพระอุปัชฌาย์ ให้ฉายาว่า “พฺรหฺมรํสี” และเรียกกันว่า “พระมหาโต”5 ตั้งแต่นั้นมา

ท่านไม่รับเป็นถานุนุกรม แต่เป็นนักเทศน์ที่มีชื่อเสียง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงตั้งเป็นพระราชาคณะ ท่านก็ทูลขอตัวเสีย6 เป็นเพียง "พระมหาโต" หรือ "ขรัวโต" ตามแต่จะเรียกันเท่านั้น จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ท่านมีอายุได้ 65 ปีพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงตั้งเป็นพระราชาคณะ ท่านไม่ขัด จึงทรงตั้งเป็นพระราชาคณะที่พระธรรมกิติ เมื่อปีชวด พ.ศ. 2395 ต่อมาอีก 2 ปี พ.ศ. 2397 ทรงตั้งเป็นพระราชาคณะที่พระเทพกวี

เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สน เปรียญ 3 ประโยค วัดสระเกษวรารามวิหารพระอารามหลวง (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร – ปัจจุบัน) มรณภาพ จึงทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือนยี่ ขึ้น 9 ค่ำปีชวด พ.ศ. 2407

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรัสี) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามองค์ที่ 6 ได้มรณภาพลงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บนศาลาใหญ่วัดบางขุนพรหมใน (วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง – ปัจจุบัน) ในช่วงเวลาที่มาควบคุมการก่อสร้างองค์หลวงพ่อโต เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พุทธศักราช 2415 เวลา 24.00 น. สิริมายุได้ 84 ปี พรรษาที่ 64

  1. ในพระราชพงศาวดาร รัชการที่ 4 ว่าด้วยการตั้งพระราชาคณะว่า ตั้งพระมหาโต เปรียญ 4 ประโยคยกเป็นพระธรรมกิติ
  2. ตามบันทึกของมหาอำตาตย์ตรี พระยาทิพโกษา (สอน โลหะนันท์) กล่าวว่ามารดาชื่องุด ตาชื่อผล ยายชื่อลา แม่ในสมุดสมเด็จฯ ระบุว่า มารดาชื่อเกตุ ธิดานายไชย
  3. สันนิษฐานว่า สมเด็จฯ เป็นเชื้อพระวงศ์ตามหลักฐานบางแห่ง เช่น
    1.) ประวัติสมเด็จฯ ตามจารึกของมหาอำมาตย์ตรี พระยาทิพโกษา (สนอน โลหะนันท์) ระบุว่าบิดาของท่านจ้าประคุรสมเด็จฯ คือแม่ทัพของพระเจ้ากรุงธนบุรี ชื่อพระยาจักรี
    2.) รัชกาลที่ 2 สมัยดำรงพระยศเป้นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร พระราชทานเรือกราบกัญญา หลังคากระแซง ซึ่งเป็นเรือทรงในพระองค์เจ้าให้แก่สามเณรโต
    3.) จมหมายเหตุบัญชีน้ำฝน พระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวชิราลงกรณ์ เล่ม 3 หน้า 44 กล่าวถึงประวัติสมเด็จฯ ตอนมรณภาพว่า “สมเด็จพระพุฒาจารย์ถึงชีพิตักษัย”
  4. อักขรวิธี – ตำราว่าด้วยวิธีเขียน และอ่านหนังสือให้ถูกต้อง (พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์-พระราชวรมุนี ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
  5. ในเรื่องตั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ในกรุงรัตนโกสินทร์ว่า ตั้งแต่ท่านอุปสมบทแล้ว เรียกกันว่า “พระมหาโต” ตลอดมา
  6. ในเรื่องตั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ในกรุงรัตนโกสินทร์ว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ จะทรงตั้งเป็นพระราชาคณะ ท่านทูลขอตัวเสีย